ศุภวิชญ์ อายุ 33 ปี
ผมทำงานเบื้องหลังงานอีเวนต์ครับ หน้าที่เปลี่ยนไปตามแต่ละงาน บางวันต้องประสานงานหลายฝ่าย บางวันอยู่หน้างานตั้งแต่เช้าจนค่ำ สิ่งที่ผมสังเกตจากระบบที่ต้องใช้ประจำคือ ความรู้สึกว่า “ใช้งานง่าย” ไม่ได้เกิดจากหน้าแรกอย่างเดียว แต่เกิดจากรายละเอียดเล็ก ๆ ที่เจอซ้ำทุกครั้งที่กลับมาใช้งาน
ตอนลอง WX32 ผมเลยไม่ได้ดูแค่ภาพรวม แต่ลองสังเกตพฤติกรรมของตัวเองไปด้วยว่า ต้องหยุดคิดตรงไหน ต้องย้อนกลับตรงไหน และหลังจากใช้งานไปหลายครั้งแล้ว ขั้นตอนเหล่านั้นลดลงหรือเปล่า
ช่วงแรกยังมีจังหวะที่ต้องสำรวจเมนูอยู่บ้าง ซึ่งผมคิดว่าเป็นเรื่องปกติ เพราะรูปแบบของแต่ละเว็บไซต์ไม่เหมือนกัน แต่พอเริ่มใช้ซ้ำ จุดที่เคยต้องมองหากลับกลายเป็นสิ่งที่จำได้เอง ทำให้เวลาจะเข้าใช้งานส่วนเดิมไม่ต้องคิดมากเหมือนตอนแรก
สิ่งที่ผมมองว่าน่าสนใจคือ ความสม่ำเสมอของโครงสร้างมีผลกับ UX มากกว่าความหวือหวา ถ้าเมนูและรูปแบบการนำทางยังอยู่ในตำแหน่งที่คุ้นเคย ผู้ใช้สามารถสร้างเส้นทางของตัวเองได้ พอทำซ้ำหลายครั้ง ขั้นตอนก็จะกลายเป็นความเคยชินโดยธรรมชาติ
แต่ถ้าจะวิเคราะห์แบบไม่เข้าข้าง ผมไม่คิดว่า WX32 จะทำให้ทุกคนใช้งานคล่องตั้งแต่ครั้งแรก ผู้ใช้ใหม่ยังต้องใช้เวลาทำความเข้าใจ และประสบการณ์บนมือถือหรืออุปกรณ์แต่ละรุ่นก็อาจแตกต่างกัน รวมถึงคุณภาพของอินเทอร์เน็ตที่มีผลต่อความรู้สึกเรื่องความลื่นไหลด้วย
สำหรับผม จุดสำคัญจึงไม่ใช่คำถามว่าเว็บ “ดีที่สุดหรือไม่” แต่คือ หลังจากใช้งานไปสักระยะแล้ว เราต้องใช้ความคิดน้อยลงหรือเปล่า จากที่ลองใช้ WX32 ต่อเนื่อง ผมรู้สึกว่าความคุ้นเคยช่วยลดขั้นตอนจุกจิกได้จริง ทำให้การกลับมาใช้งานแต่ละครั้งเป็นธรรมชาติมากขึ้น
ถ้าสรุปในมุมของคนที่ต้องทำงานกับระบบหลายอย่างในแต่ละวัน ผมมองว่า WX32 มีจุดเด่นตรงที่เมื่อผู้ใช้เข้าใจโครงสร้างแล้ว สามารถสร้างรูปแบบการใช้งานของตัวเองได้ง่ายขึ้น ไม่จำเป็นต้องพึ่งความหวือหวา แค่ทำให้ผู้ใช้รู้ว่าจะไปต่อทางไหน และไม่ต้องหยุดคิดซ้ำ ๆ ระหว่างทาง สำหรับผม นั่นคือรายละเอียดที่ทำให้ UX มีคุณค่าในระยะยาวครับ